คลังเก็บป้ายกำกับ: #ตำนานถิ่นไทย

เสาไห้ (เสาร้องไห้) 1

ครั้นนายต๊ะตกลงรับคําก็สามารถตัดโค่น ต้นตะเคียนทอง ได้อย่าง ง่ายดาย เมื่อลิดกิ่งและนําลงน้ําเตรียมจะนําล่องเข้าเมืองหลวง ได้มีผู้ที่ อิจฉาว่านายต๊ะจะได้ความดีความชอบหากไม้ตะเคียนทองของนายต๊ะ ได้คัดเลือกเป็นเสาเอก จึงรวมตัวกันได้จํานวน ๗ คนปลอมตัวเป็นพวก เถรเดินทางมาจากนครสวรรค์และรุมทําร้ายนายต๊ะ ต้นตะเคียนทอง

นายต๊ะเป็นผู้มีวิชา ไสยศาสตร์จึงอยู่ยงคงกระพันแต่ในที่สุดก็ถูกสังหารด้วยการใช้มีดแทง สวนทวารหนัก พวก ๗ เถรได้นําศพนายต๊ะไปยืนพิงไว้กับต้นไม้ที่กลาง ทุ่งนา ทุ่งแห่งนั้นจึงมีชื่อเรียกว่า

ทุ่งผียืนตาย มาตราบทุกวันนี้ ส่วนคน ร้ายทั้ง ๗ ต่อมาผลกรรมตามทันต่างก็ถูกฆ่าตายทั้งหมด ณ ตําบลแห่ง หนึ่งซึ่งเรียกว่าบ้านสัตตาเถร แต่ต่อมาได้เพี้ยนเป็น บ้านสันตาเถร

เมื่อนายต๊ะถูกสังหารก็ไม่มีผู้ใดสามารถเคลื่อนย้ายตะเคียนทอง ต้นนั้นได้ เพราะคนอื่นๆ ไม่มีความรู้ในการควบคุมนาง  ต้นตะเคียนทอง  ทํา

ให้นางบังเกิดความเสียใจร้องไห้คร่ําครวญอยู่ ๓ วัน ๓ คืน แล้วเสาต้น นั้นจึงจมลงสู่กันคลองชาวบ้านจึงเรียกตําบลแห่งนั้นว่า ตําบลเสาร้องไห้ ต่อมาคํากร่อนไปจึงเหลือแต่เพียง บ้านเสาไห้ มาจนถึงทุกวันนี้

When Mr Toh agreed to accept the word, he was able to easily cut down the Takian

Thong tree when he cut the branches and into the water, preparing to drift into the capital.

Selected as the main pillar Therefore gathered together a total of 7 people disguised as The Synod traveled from Nakhon Sawan and hurriedly attacked Mr.

Mr.Tha is a subject Superstition became invincible, but was eventually killed by a knife to stab the anus. The 7 Synods put Mr. Tuo’s body to stand against a tree in the middle of the field.

Today, as for the 7 bad guys, all of the immediate karma has been killed in a sub-district, which is known

as Ban Sattataen. But later became distorted as the Holy Synod’s house

When Mr Tae was murdered, no one was able to move that Takian Thong because others had no knowledge of controlling Takian Thong.

Let her cause her sorrow and weep for 3 days and 3 nights, then the pillar then sank into the canal.

The villagers therefore called that district Sao cry sub-district Later, the erosion left only the house Sao Hai to this day.

ติดตามได้ ที่นี่

ขอบคุณสาระจาก Google

เสาไห้ (เสาร้องไห้)

เสาไห้ (เสาร้องไห้)

เสาไห้ หรือเสาร้องไห้เป็นนิยายปรัมปราเล่าต่อๆ กันมาตั้ง แต่ในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์อันเป็นยุคที่เริ่มสร้างกรุงเทพฯ เป็นนครหลวง แห่งใหม่ของไทย ซึ่งทางราชการได้มีบัญชาให้บรรดาเจ้าเมืองต่างๆ เสาะ หาไม้ที่มีลักษณะถูกต้องตามตําราส่งเข้ามายังเมืองหลวง เพื่อคัดเลือก สร้างเป็นปราสาทราชวังตามแต่จะเห็นสมควรเสาไห้

เมื่อได้รับคําสั่งเจ้าเมืองทั้งหลายก็ประกาศให้พวกชาวป่า และ พรานไพรออกไปช่วยกันเสาะหาแต่ในครั้งนั้นหาไม้ที่มีลักษณะดีได้ค่อน ข้างยาก แต่มีไม้ตะเคียนทองอยู่ต้นหนึ่งมีลักษณะถูกต้องตามตํารา เหมาะที่จะนําไปทําเสาเอก แต่ไม่มีใครสามารถตัดได้เพราะนางตะเคียน

ทองซึ่งสิงสถิตอยู่มีอิทธิฤทธิ์มาก ต่อมาผู้มีวิชาคนหนึ่งอยู่ที่หมู่บ้าน สว่าง จังหวัดสระบุรี ชื่อว่า นายต๊ะ เมื่อทราบข่าวก็รีบเดินทางมาดเห็น ว่าเป็นต้นตะเคียนทองมีลักษณะงดงามจึงพอใจ ทําพิธีบวงสรวงสังเวย บอกกล่าวให้นางตะเคียนทองทราบความประสงค์ของทางราชการ ซึ่ง นางตะเคียนทองก็ยินยอมให้ตัดด้วยความยินดี แต่มีข้อแม้ว่านายต๊ะ จะต้องเป็นผู้นําเสาของนางไปส่งด้วยตนเอง

Sao Hai (Sao cry)

Sao Hai or Sao cry is a historical novel from the Rattanakosin period, which began to build Bangkok as the new capital city of Thailand. Which the government has ordered all governors to find wood that looks correct according to the balance sent to the capital To select Build a royal palace as he sees fit

After receiving the orders, the governors announced that the foresters and the foresters went out to help in the search, but at that time it was difficult to find a good wood, but there was a Takhian Thong that had the correct characteristics. mold Suitable for making the main post But no one can cut because of Takian

The gold which resided there was very magical. Later, one of the subjects was in Sawang village, Saraburi province, named Mr Tat. When he heard the news, he hurried to see it. That the Takianthong has beautiful characteristics and is satisfied Perform a sacrifice ceremony Told Takianthong to know the wishes of the government, which Takianthong had agreed to cut with pleasure But with the conditions, Mr. Must lead her post to send by herself

ติดตามได้ ที่นี่

ขอบคุณสาระจาก Google

ท้าวคูลู-นางอั้ว (จบ)

เรื่องราวเกี่ยวกับ ท้าวดูลู กับนางอ้ว นั้นยังมีผิดแผกไปอีกนัยหนึ่ง กล่าวคือบางตํานานบอกว่า บิดาของ ท้าวคูลู และนางขั้วมีบ้านอยู่ติดกัน และต่างก็รักใคร่ปรองดองสนิทสนมกันมากจนถึงกับลั่นวาจาว่าจะให้ เมตรของแต่ละฝ่ายแต่งงานกัน แต่หากบุตรเกิดมาเป็นชายหรือหญิง

เหมือนกันก็จะให้เป็นเพื่อนรักกัน ต่อมามารดาของท้าวคลุตั้งครรภ์ก่อน ไม่

 ท้าวดูลู
ท้าวดูลู

นานนักมารดาของนางอวก็ตั้งครรภ์ ทั้งสองเกิดแพ้ท้องอยากกินทับทิม เหมือนกัน แต่มารดาของท้าวคลไม่ยอมแบ่งให้ด้วยหวงแหนตามวิสัยคน มีครรภ์ทั้งสองฝ่ายจึงตัดญาติขาดมิตรกันตั้งแต่นั้นมา แม้เมื่อคลอดบุตร แล้วก็ไม่ยอมให้เด็กทั้งสองเป็นเพื่อนเล่นกัน

ครั้นเมื่อเด็กทั้งสองเติบโตเป็นหนุ่มสาวต่างก็รักใคร่ชอบพอกัน ซึ่ง ก็ต้องทําแบบหลบๆ ซ่อนๆ เพราะหากถูกจับได้เป็นต้องโดนลงโทษทุกครั้ง เมื่อถูกผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายกีดกันนางอั้วก็ไปผูกคอตายที่ต้นไม้ ส่วนคูญ เสียใจอย่างสุดซึ้งจึงใช้มีดแทงคอตายตามหญิงคนรักไป

และไม้เถาที่ นางอั้วผูกคอตายนั้นเดิมไม่มีดอก แต่นับจากนั้นมาก็มีดอกสีขาวสวยงาม กลิ่นหอมระรื่น และตรงรอบคอของดอกไม้นั้นมีรอยสีแดงอันหมายถึง เลือดของนางอั้ว ชาวบ้านจึงเรียกว่า ดอกนางอั้ว ส่วนเลือดของคูล นั้น ได้หยดลงบนใบตอง และเกิดเป็นหนอนม้วนตัวอยู่บนใบกล้วย ชาวบ้าน

จึงเรียกหนอนชนิดนี้ว่า ท้าวดูลู

The story about Thao Duloo and Nang Ou is also different. That is to say, some records say that The father of Thao Khlao And Nang Polar has a house next to each other And each one of them were very close and intimate with each other, until he spoke of giving Meters of each party getting married But if the child is born male or female

Same, will make it a best friend Later, Thao Khru’s mother became pregnant first. Not long after that, the mother of Mrs. Aw became pregnant. Both of them had morning sickness.

They wanted to eat pomegranate as well, but Thao Khlao’s mother refused to share it with them. Both parties became pregnant, since then, since then. Even when giving birth And didn’t allow both of them to be friends

When both of them grew to be young, they fell in love with one another, which had to be hidden and hiding because every time they were caught and punished. After being prevented by both elders, Hua went to tie her neck to death in the tree, and Khou was deeply sorry.

And the vine that was tied to her neck, without flowers But since then, there are beautiful white flowers Pleasant smell And around the neck of the flower there was a red mark which meant Hua Hua’s blood The villagers therefore call it Hua Ying

ติดตามได้ ที่นี่

ขอบคุณสาระจาก Google

ท้าวคูลู-นางอั้ว ตอน4

เมื่อหาย จากตกตะลึงจึงต่อว่า พระสหายมเหสี ม่ายแห่งกายนครว่าเห็นแก่ของ กํานัลไม่นึกถึงความรักอันบริสุทธิ์ของลูกจึงเกิดเหตุโศกนาฏกรรมนี้ขึ้น ขณะกําลังตระเตรียมทําพิธีพระศพอยู่นั้นขุนลางก็มาถึงและตรงเข้าสวม กอดศพของนางอั้วโดยไม่อายต่อสายตาของใครๆ ทําให้พระมารดาของ นางอั้วรู้ว่าขุนลาเป็นคนเช่นไร และทําไมนางอั้วจึงไม่ยอมแต่งงานด้วย

พระสหายมเหสี
พระสหายมเหสี

เมื่อทุกสิ่งทุกอย่างประจักษ์ชัด พระสหายมเหสี ม่ายของทั้งสองเมืองก็หันหน้าเข้า ปรองดองกัน และร่วมสร้างพระเมรุขึ้นระหว่างเขตแดนติดต่อของเมือง ทั้งสองแล้วจัดพิธีถวายพระเพลิงตามประเพณีอย่างสมเกียรติ

ณ บริเวณที่นางอัวผูกพระศอสิ้นพระชนม์นั้น ต่อมามีดอกไม้กลิ่น หอมชนิดหนึ่งบังเกิดขึ้น ชาวบ้านเรียกว่า ดอกนางอั้ว หรือ ดอกนาง กรายและตรงที่ท้าวคูลูสิ้นพระชนม์นั้นก็มีดอกไม้อีกชนิดหนึ่งบังเกิดขึ้น ชาวบ้านเรียกว่า ดอกคูล ซึ่งดอกไม้ทั้งสองจะส่งกลิ่นหอมเฉพาะในตอน เย็นดวงตะวันจวนจะตกดินอันเป็นเวลาที่ท้าวคลูมาหานางอั้ว และถือ เป็นดอกไม้อันแสดงถึงความรักของหนุ่มสาวมาตราบเท่าทุกวันนี้

When he recovered from the shock, he accused the wife of the widow of the city that The gift did not think of the pure love of children. So this tragedy occurred. While preparing for the funeral service, Khun Lang arrived and entered. Hug Hua’s body without embarrassing anyone’s eyes. Causing the mother of Mrs. Hua knows what Khun La is like And why did Hua Hua refuse to marry

When everything became clear The widows of both cities turned to face each other and joined the construction of Meru between the boundary of the city. Both then held a ceremony to honor the tradition according to tradition.

At the area where Mrs. Awabat died Later, there was a flower smell A kind of onion arose. The villagers called the flower Hua Ying or Nang Krai, and at the point where Thao Kulu died, another flower occurred. The villagers call it the cool flowers, both of which will smell fragrant only when In the evening, the sun had set, at which time Klao came to Hua Ying and was considered a flower that represents the love of young people as long as today.

ติดตามได้ ที่นี่

ขอบคุณสาระจาก Google

ท้าวคูลู-นางอั้ว ตอน3

นางอัว
นางอัว

ถึงกําหนดตับยังขารแล้ว นางอัว จึงโน้มปลายกิ่งไม้มาให้ตามความประสงค์ นางขั้วจึงเอาชายผ้าผูกกับกิ่งไม้แล้วพนมมือราพันคุณมารดาพร้อมกล่าว อําลาถึงท้าวดูด เมื่อจบคําว่าพันปลายกิ่งไม้นั้นก็ดีดขึ้นตวัดชายผ้าอีกข้าง หนึ่งที่ผูกกับลําคอของนางขั้วจนนางขาดใจตาย ณ ที่นั้น ฝ่ายพระมารดา ตามมาพบศพนางขั้วแทนที่จะเห็นใจพระธิดากลับราพันเพ้อไปว่านาง ตัวไม่น่ามาตายเพราะหลงรักชายที่มีชายาแล้วอย่างท้าวดูลู ในเวลา นั้นเองท้าวคลูซึ่งได้รับข่าวการจากไปของนางอั้วก็ควบม้ามาถึงพอดี เจ้า ชายหนุ่มจึงกอดศพหญิงคนรักเพ้อว่าพันปี่มว่าจะขาดใจ และโดยที่ไม่มี

ใครคาดคิดท้าวดูลูกใช้พระขรรค์แทงพระศอของตนอย่างสุดแรงจน พระโลหิตพุ่งกระฉุดออกมา และล้มลงขาดใจอยู่เคียงข้างพระศพ นางอัว

ยังไม่ทันที่ฝ่ายเมืองกายนครจะจัดการกับพระศพของทั้งสองนั้น อย่างไร พอดีขบวนเสด็จของพระราชมารดาท้าวคูลูกตามมาทัน

At the liver he was still dead and leaned at the end of the branch as he desired. The polar woman then tied the cloth to the branch and tied her hand around the mother ready to say Goodbye to Tao. At the end of the word, the end of the twig sprang up on the other side of the fabric. One of the women tied to the neck of the pole until she died. There, the mother came to find the body of the pole instead of sympathizing with the daughter. That should not die because of falling in love with a man who has a wife, Thao Duloo. At that time, Thao Khoo, who received the news of Hua Hua, came to the horse and arrived. Raving that a thousand clippers are missing And without

Anyone who thinks that God looks at his children using Phra Khan to stab at His Majesty until the extreme His blood rushed out. And fell and died at the side of the body of Mrs. Ua

It was not yet time for the body of the city to deal with the bodies of both of them.

ติดตามได้ ที่นี่

ขอบคุณสาระจาก Google

ท้าวคูลู-นางอั้ว ตอน2

ฝ่าย ท้าวคลู เมื่อได้ข่าวความงามของนางอั้วและจําได้ว่าเคยเป็นคู่ หมั้นกันมาตั้งแต่ในวัยเด็ก จึงจัดเตรียมเครื่องราชบรรณาการอย่างเร่งด่วนเพื่อจะยกไปสู่ขอนางอั้ว พระมเหสีม่ายของเจ้าเมืองกายนครได้พบ สหายเก่าคือพระมารดาของท้าวคูลต่างก็มีความปิติยินดี

ท้าวคลู
ท้าวคลู

ส่วน ท้าวคลู กับนางอั้วก็มีความสนิทสนมกันในเวลาอันรวดเร็ว จนในที่สุดนางอั้วก็ ตกเป็นพระชายาของท้าวคล ทั้งสองจึงสัญญาว่าจะรักกันคงมั่นตราบจน วันตายแต่เมื่อทําการสู่ขอมารดาของนางอัวกลับไม่ยอมยกให้โดยอ้างว่า ท้าวคลุมีพระสนมอยู่แล้วมิได้รักษาสัญญาหมั่นที่มีไว้ต่อกันจึงต้องถือ

เป็นอันยกเลิก เมื่อตกลงกันไม่ได้พระมารดาจึงตั้งให้ท้าวคลนําไพร่พล เดินทางกลับเมืองเปงจานนครทันที ก่อนจากกันท้าวคลได้ลานาง ด้วด้วยความอาลัย และไม่ลืมนัดหมายวันที่จะได้พบกันในโอกาสหน้า แต่นางดุนคนรับใช้ได้น้าเรื่องราวไปฟ้องต่อพระมารดา

นางขั้วจึงถูกเรียก เข้าไปดด่าอย่างรุนแรงหาว่าคบผู้ชายเหมือนสุนัขเดือนเก้า นางขั้วทั้ง เจ็บทั้งอายสุดที่จะทนจึงตัดสินใจหนีออกจากเมืองไปพร้อมกับผ้าแถบ ไหมผืนหนึ่ง ครั้นมาถึงต้นจวงผีต้นหนึ่ง

นางจึงตั้งสัตยาธิษฐานกับเทพ แดา และนางไม้ซึ่งชิงสถิตอยู่ ณ ที่นั้นว่า ขอให้ต้นจวงผีจงโน้มกิ่งมาให้ ด้วยเถิด เทพยดาและนางไม้ผู้สถิตอยู่ ณ ต้นจวงผีนั้น เมื่อได้ยินคําวิงวอน ก็ทราบด้วยญาณว่าข้าวดูลูกับนางขั้วต่างมีกรรมเก่าติดตัวมา และบัดนี้

Tao Klao when hearing the beauty news of Hua Hua and remembers being a couple Have been engaged since childhood Therefore expedited the tribute Urgent to raise to ask Hua Hua

The wife of the widow of the ruler of the city has found

Old comradesthegoddess ofThao Kool, were both happy and Tao Kao and Nang Hua had close friendship in no time

Until finally Hua Hua finally Became the wife of the goddess Both therefore promised to love each other until the day of death.

But when she asked for her mother, she refused to give it, claiming that Tao Klu already have concubines and do not keep the promise that they must hold together

Cancel After being unable to reach an agreement, the mother then appointed the army Travel back to the city of Penjan City immediatel Before parting

Ladykla took her farewell With mourning And don’t forget to make an appointment to see the next opportunity. But the nun, the servant, brought the matter to the mother. Therefore she was called Going

ติดตามได้ ที่นี่

ขอบคุณสาระจาก Google

ท้าวคูลู-นางอั้ว ตอน1

ท้าวคูลู-นางอั้ว

เจ้าเมือง
เจ้าเมือง

เจ้าเมือง เปงจานนคร มีพระโอรสองค์หนึ่งทรงพระนามว่า ท้าวคูล ซึ่งเป็นเจ้าชายหนุ่มรูปงาม และเป็นคู่หมั้นกับนางอั้ว พระธิดา ของเจ้าเมืองกายนครมาตั้งแต่วัยเด็ก ทั้งนี้เนื่องจากเมืองทั้งสองอยู่ติดกัน

และ เจ้าเมือง ต่างก็มีพระอัชฌาสัยไมตรีอันดีต่อกันมาเป็นเวลาช้านาน ถึงกับตั้งสัตย์ปฏิญาณไว้ว่า ถ้าฝ่ายหนึ่งมีพระโอรสอีกฝ่ายหนึ่งมีพระ ธิดาก็จะให้เป็นคู่ครองกัน แต่ยังไม่ทันที่ทุกอย่างจะเป็นไปตามความ ประสงค์ เจ้าเมืองทั้งสองก็สวรรคตไปก่อน เหลือแต่พระมเหสีว่าราชการ แทนสืบมา

เมื่อท้าวคลเติบโตขึ้นเป็นหนุ่ม พระมารดาจึงมอบราชสมบัติใน ครอบครอง และจัดหาสาวงามให้เป็นสนม โดยหลงลืมเรื่องการหา หมายในวัยเด็กของพระโอรสกับพระธิดาแห่งเมืองกายนครเสียสนิท

ข้าง ฝ่ายนางอั้วนั้นเมื่อเจริญวัยขึ้นก็เป็นสาวโสภาจนเลื่องลือไปทั่วทุกแคว้น บรรดาเจ้าเมืองต่างๆ ล้วนต้องการได้นางไปเป็นชายา ในจํานวนนี้มีเจ้า

เมืององค์หนึ่งนามว่า ขุนลาง ได้ยินกิตติศัพท์ความงามของนางอั้วก็รีบ เดินทางมาดูตัว และทําการสู่ขอ พระมเหสีม่ายของเมืองกายนครเห็น ว่าเป็นเจ้าเมืองที่มั่งคั่งจึงคิดจะยกให้ แต่นางอั้วมิได้มีใจรักใคร่ในตัวขุน ลางได้พยายามบ่ายเบี่ยงเรื่อยมา

Thao Koolu – Nang Aua

Governor Pengjan Nakorn There was a son named Thao Kool, a beautiful young prince And being fiance with Hua Hua, daughter of the governor of Guyan City since childhood

This is becauseboth cities are next to each otheAnd the governors have had good relations with each other

forlong time To make a solemn oath thatI oneside has a son, the other side has a son.

The daughterwill beaspouse But not yetthateverything would be as they wished the twogovernors passedawayfirst Leaving only the royal wife instead of dating

When Thao Khlai grew up to be a youngman The mother then gave the throne and possessed a

beautifulwoman as aconcubine. By forgetting about findingreferring to thechildhood of the son and daughterof the city of guyan

citybeside herWhen she grew up she was the fairest woman spread throughout all regions Various

governors All want to have her go as their wife In this amount thereisaOne citycalledKhunLang heard the reputation of Hua Hua Come to see And requesting

ติดตามได้ ที่นี่

ขอบคุณสาระจาก Google

ทุ่งกุลาร้องไห้ (จบ)

ทุ่งกุลาร้องไห้

 ทุ่งกุลาร้องไห้
ทุ่งกุลาร้องไห้

 ทุ่งกุลาร้องไห้ ครั้นได้เขลาฟต้าพายุลาก็หาบของเดินชมนกชมไม่ไปอย่าง เพลิดเพลิน ท้องทุ่งแห่งนี้เป็นเดินปนทรายมีหน้าต่างๆ ขึ้นอยู่หลายชนิด โดยเฉพาะหน้าที่ชาวบ้านเรียกว่า “หน้าหวายนั้นมีขึ้นอยู่ทั่วไป บางแห่ง ก็สูงแค่าหัวเข่า บางแห่งก็สูงถึงสะเดา นอกจากนี้ก็มีต้นไม้เล็กๆ ขึ้นสลับ แต่ไม่มีเต้านไม่ใหญ่สูงๆ เลยแม้แต่ต้นเดียว

ครั้นถึงเวลาสายแดดส่องแสงร้อนแผดกล้าขึ้นทุกทีๆ อากาศอบ ค้าวจามรู้สึกหน้ามืดจะเป็นลม พ่อค้าชาวกุลามองไปข้างหน้าเห็นแต่ ท้องทุ่งแห้งแล้งไกลสุดสายตา เห็นทีจะไม่สามารถเดินทางถึงหมู่บ้าน ได้แน่เพราะเหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้าเหลือกําลัง น้ําที่เตรียมมาเพียงเล็กน้อย ก็หมดไปแล้ว นึกเจ็บใจตัวเองที่ไม่เชื่อคําเดือนของชาวบ้าน เห็นสุด ปัญญาที่จะไปถึงจุดหมายได้ พ่อค้าชาวลาจึงนั่งลงกอดเข่าร้องไห้

ไม่นานนักก็มีชาวบ้านผ่านมาพบเข้า สอบถามได้ความว่าพ่อค้า ชาวกุลาจะเดินทางนําสินค้าไปขายในหมู่บ้าน จึงช่วยพยุงมาด้วย จัดหาข้าวปลาอาหารมาให้กินจนเป็นที่อิ่มหนําสําราญ ชาวบ้านคน

ได้ข่าวก็มาเยี่ยมเยียนไต่ถามสารทุกข์สุกดิบด้วยความมีน้ําใจตามประสา คนพื้นเมือง พ่อค้าได้เล่าเรื่องการเดินทางข้ามท้องทุ่งอันสุดแสนกันดาร จนตัวเองต้องนั่งกอดเข่าร้องไห้ให้ฟัง ตั้งแต่นั้นมาชาวบ้านต่างเรียก ท้องทุ่งแห่งนี้ว่า ทุ่งกุลาร้องไห้

When he was ignorant of the storm, goodbye looked for things to walk, birdwatching, and to enjoy. The fields were sandy, with various faces. Depends on many types Especially the duties of the villagers called “The rattan face is everywhere, some of them are high at the knees. Some places are as high as neem In addition, there are small trees that alternate, but not tall, not tall. Even one tree

When it was time for the sun to shine, the heat grew louder and more dizzy. The air swelled, sneezing and fainting. The Kula merchants looked ahead, only saw The arid fields are as far as the eye can see. See that it is impossible to reach the village. For sure, because of weariness and strength Then only a small amount of water had already been emptied and thought to hurt myself for not believing the villagers of the village saw the utmost wisdom to reach their destination The donkey merchant sat down and hugged her knees.

Not long ago, there were villagers passing by Ask whether the merchant Kula people will travel to sell products in the village. Therefore help to support as well Providing rice, fish, food to eat until it is full.

Heard the news and came to inquire with generosity. As the native people, merchants told the story of traveling across the extremely desolate fields Until I had to sit and hug my knees and cry Since then, people have called This field that Thung Kula Ronghai

ติดตามได้ ที่นี่

ขอบคุณสาระจาก Google

ทุ่งกุลาร้องไห้ (1)

ทุ่ง กุลา ร้องไห้

กุลา
กุลา

ครั้งหนึ่งนานมาแล้ว พ่อค้าชาวเผ่า กุลา คนหนึ่งมีอาชีพนํา สินค้าเดินทางไปค้าขายตามหมู่บ้านต่างๆ ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ หรือภาคอีสาน สินค้าที่นํามาค้าส่วนใหญ่เป็นพวกเครื่องประดับ และ ของใช้ เล็กๆ น้อยๆ โดยเดินทางค้าขายเร่ร่อนไปเรื่อยๆ ค่ไหนก็นอน นั้น ครั้นรุ่งเช้าก็หาบของไปขายยังหมู่บ้านที่อยู่ใกล้เคียงต่อไป

วันหนึ่งพ่อค้าชาว กุลา เดินทางเข้าไปขายของในหมู่บ้านซึ่งตั้งอยู่ ชายท้องทุ่งอันกว้างใหญ่ เขาได้รับคําแนะนําจากชาวบ้านว่า หมู่บ้าน ถัดไปนั้นอยู่ไกลมากต้องเดินทางข้ามท้องทุ่งอันแห้งแล้งควรจัดเตรียม เสบียงอาหารไปให้พร้อม แต่พ่อค้าชาวกุลากลับคิดว่าตนเองก็เดินทาง

Once a long time ago One Kula trader has a lead career. Travel goods to trade in various villages In the northeast or northeast region, most of the trade goods are jewelry and small items by traveling and wandering wherever they go. When that morning, they find things to sell to nearby villages. Next

One day, Kula merchants traveled to sell goods in the village which is located. The vast fields He received advice from the villagers that the next village is very far away and had to travel across the arid fields. Prepare food to be ready. But Kula merchants think that they traveled

When he was ignorant of the storm, goodbye looked for things to walk, birdwatching, and to enjoy. The fields were sandy, with various faces. Depends on many types Especially the duties of the villagers called “The rattan face is everywhere, some of them are high at the knees. Some places are as high as neem In addition, there are small trees that alternate, but not tall, not tall. Even one tree

ติดตามได้ ที่นี่

ขอบคุณสาระจาก Google

ท้าวแสนปม 2 (จบ)

ท้าวแสนปม

ท้าวแสนปม
ท้าวแสนปม

เจ้าเมืองไตรตรึงษ์ มีพระธิดาสิริโสภาองค์หนึ่งซึ่งเป็นที่รัก ใคร่ดังแก้วตาดวงใจที่ใกล้เมืองไตร่ตรึงษ์นี้มีชายคนหนึ่งซึ่งร่างกายเต็ม ไปด้วยปุ่มปม ชาวบ้านจึงเรียกเขาว่า นายแสนปม มีอาชีพปลูกผักสวน ครัวขายเลี้ยงตัว มะเขือที่เขาปลูกเอาไว้ต้นหนึ่งมีผลโตน่ากินเพราะนาย แสนปมถ่ายปัสสาวะรดเป็นประจําทุกวัน อยู่มาวันหนึ่งเทวดาดลใจให้ พระธิดานึกอยากเสวยมะเขือ พวกนางข้าหลวงจึงออกเสาะหาจนมาพบ มะเขือในสวนของนายแสนปมลูกใหญ่อวบงามจึงขอซื้อไปถวาย หลัง จากพระราชธิดาเสวยมะเขือของนายแสนปมได้ไม่นานก็เกิดตั้งครรภ์

พระท้าวไตรตรึงษ์รู้สึกอับอายขายหน้า พยายามสอบถาม พระธิดาก็ไม่ยอมบอกว่าใครคือพ่อของเด็กในท้อง ครั้นเมื่อพระ เติบโตพอรู้จักความ ท้าวไตรตรึงษ์จึงประกาศให้บรรดาขุนนาง และเน ราษฎร์ทั้งหลายให้นําของกินเข้ามาในวัง หากกุมารยอมกินของผู้ใดผู้นั้น ก็จะได้เป็นเขยหลวง บรรดาชายหนุ่มในเมืองต่างก็รีบเดินทางเข้าวัง พร้อมด้วยของกินดีๆ มีทั้งกล้วย อ้อย ขนมนมเนย

ท้าวแสนปม ปมทราบข่าวก็เข้าวังมาด้วยเช่นกันโดยถือเพียงข้าวสุก ติดมือมาก้อนเดียวเท่านั้น แต่พระกุมารก็รับไปเสวย ท้าวไตรตรึงษ์ทรง กริ้วที่พระธิดาไปได้กับคนชั้นไพร่มิหนําซ้ํายังอัปลักษณ์จึงขับไล่ออก จากวัง นายแสนปมพาพระธิดากับพระกุมารเดินทางเข้าไปหาที่อยู่ใหม่ ร้อนถึงพระอินทร์ต้องแปลงเป็นลิงนํากลองวิเศษมอบให้ กลองนี้อยากได้ อะไรก็ตีเอาตามได้ดังสารพัดนึก

นายแสนปมอธิษฐานให้ปุ่มปมตามตัวหายไปแล้วตีกลองวิเศษ ร่างก็กลับเป็นชายหนุ่มรูปงาม จึงตีขอบ้านเมืองขึ้นมาเมืองหนึ่งให้ชื่อว่า เมืองเทพนคร แล้วจึงสถาปนาตัวเองเป็นพระเจ้าแผ่นดิน ทรงพระนามว่า แท้าวแสนปม” ปกครองไพร่ฟ้าข้าแผ่นดินด้วยความ

มีชายคนหนึ่งซึ่งร่างกายเต็มไปด้วยปุ่มปม ชาวบ้านจึงเรียกเขาว่า นาย แสนปม มีอาชีพปลูกผักสวนครัวขายเลี้ยงตัว มะเขือที่เขาปลูกเอาไว้ ต้นหนึ่งมีผลโตน่ากิน เพราะนายแสนปมถ่ายปัสสาวะรดเป็นประจําทุกวัน

Thao Saen knot

Trident With a beloved daughter, Siripha Like a glass of the heart near the town of Trongphong, there was a man full of knot, the villagers called him Mr. Saen knot, a profession to grow vegetables Kitchen for sale One of the eggplant that he planted has grown to be delicious because of you. Hundred

thousand knot urinating everyday One day, the angel inspired him. The daughter thought of eating eggplant. The governors then sought to find it. Eggplant in the garden of Mr. Saen Knot, a large child, beautiful and plump, therefore, bought to give after offering to the daughter of Mr. Saen Knot.

Phra Thao Tritrung was humiliated and tried to ask the daughter to not tell who the father of the baby in the womb. When the monk Grow enough to know Thao Tri Trung then announced to all the nobles and people to bring food into the palace. If the child agrees to eat of that person Then will become a royal-in-law All the young men of the city hurried to enter the palace. Along with good food including bananas, sugarcane, candy, milk and butter

ติดตามได้ ที่นี่

ขอบคุณสาระจาก Google