คลังเก็บป้ายกำกับ: #นิทานพื้นบ้าน

เสาไห้ (เสาร้องไห้) 5

นักคุ้ม เห็นนายร่วงรับรองแข็งขันว่าสามารถทําได้ก็สั่ง ไทรพส ให้ช่วยกันสานชะลอมใส่เกวียนเล่มละ ๒๕ ใบ ซึ่งเมื่อน้ําชะลอมทุกใบไร ตักน้ําตั้งบนเกวียนปรากฏว่าไม่มีน้ําไหลรั่วออกมาเลยแม้แต่ใบเดียว นักค้มรู้สึกเกรงอํานาจวาจาสิทธิ์ของนายร่วงจึงรีบนําขบวนเกวียนเดิน

ทางกลับเมืองขอม ระหว่างทางถึงด่านแห่งหนึ่ง นักคุ้ม เกิดแคลงใจว่าจะ ถูกนายร่วงหลอกให้ขนชะลอมเปล่าไปเมืองของตน พอนึกดังนั้นครั้น หันไปมองน้ําในชะลอมก็กลับไหลออกมาให้เห็นนักคุ้มจึงสรรเสริญนาย ร่วงว่าเก่งกล้าสามารถนัก และให้จารึกเรื่องราวไว้เป็นสําคัญ ณ ที่แห่ง นั้นจึงได้ชื่อว่า ด่านพระจารึกนักคุ้ม

ไทรพส ครั้นเดินทางต่อมาจนถึงเมืองตึกโช ชาวเมืองพอทราบข่าวก็เล่าลือ เรื่องที่นักคุ้มนําชะลอมใส่นบรรทุกมาเจ้าเมืองขอมจึงเรียกไปสอบถาม นักคุ้มก็เล่าเรื่องราวทั้งหมดให้ฟังอย่างละเอียด พร้อมยกชะลอมใบที่

The escort saw that Mr. Autumn was staunchly certifying that he could do so and ordered Tripp. Together weave Chalom to put 25 wagons on each book. When every Chalam leaves Scooping water on the wagons, it appears that there is not even a single water leak The students were afraid of the power of Mr. Fall’s rights and therefore quickly led the wagon train

Way back to Cambodia On the way to one of the checkpoints, the skeptics suspected that they would Being deceived by the fallen master to be shed away to his own city So think about it when Turned to look at the water in Chalam, but instead poured out to see the value. Losing that he is very courageous And the inscription is important at that place, so it is called the inscription inscription

When traveling to the city of Cho City people know the rumors. The matter that Chalerm Salak brought to the truck, the governor of Khmer then called to inquire. The valuables told the whole story in detail. Ready to lift the leaves with

ติดตามได้ ที่นี่

ขอบคุณสาระจาก Google

เสาไห้ (เสาร้องไห้) 4

นายคงเครา พายเรือตามน้ําไปได้สักพักก็คิดจะกลับแต่ต้องพายทวนน้ํารู้สึกเหน็ด เหนื่อยจึงพูดเปรยๆ ออกมาว่า “ทําไมน้ําไม่ไหลกลับไปทางเรือนเรา บ้าง” ทันใดนั้นน้ําในทุ่งพรมหาสตร์ก็เปลี่ยนทิศไหลพาเรือกลับอย่างที่ ตน พูด ร่วงได้เก็บเรื่องนี้ไว้เป็นความลับไม่ยอมบอกให้ใครทราบนายคงเครา

อยู่ต่อมา นายคงเครา ถึงแก่กรรม บรรดาไพร่พลทั้งปวงจึงยกเห นายร่วงเป็นนายกองส่งน้ําแทนควันครบกําหนดนักค้มข้าหลวง ขอมได้คุมกองเกวียน ๕๐ เล่มศักดิ์สิทธิ์จาก  ทราบข่าวนายคงเคราเสียชีวิต

เรี่ย เล่ม พร้อมเพรียง 2,000 คน มาๆ ราคา เดชบศรเพื่อนําไปประกอบพิธี เมื่อมาถึงตรงนคร เคราเสียชีวิตแล้วจึงให้คนไปตามนาย รวมถึงการ

แทนมาพบ นายร่วงจึงร นายร่วงจึงบอกกับนักคุ้มว่าท่านเยาโยงเอาไหที่ทําด้วยดิน มาใส่น้ําอย่างนี้หนักเปล่าๆ จึงช่วยกันสานชะลอมใส่นไปิด รระวัง น้ํามิให้ไหลออกมาเอง

Rowing along the river for a while then thought to return but had to row upstream, feeling tired. So tired, then hinted out, “Why doesn’t the water flow back to our homes?” Suddenly, the water in Thungphon Mahasart changed direction and brought the boat back as he had said. He had kept this a secret. Agree to let anyone know

After all, he probably died. All the troops Mr. Loong is the water delivery boss instead of smoke due to the governor. Khmer has oversaw the collection of 50 sacred books from Heard the news that Mr. Beard must die

Raising 2,000 volumes in unison When he arrived at the city Beard has died, so people must follow him, including

Instead, come to see Mr. Phang, therefore Mr. Phang then told the escort that Khun Yao Yong made the jars made of clay. To put water like this, in vain Therefore helping each other to blanch into the water, be careful not to let the water flow out by itself

ติดตามได้ ที่นี่

ขอบคุณสาระจาก Google

เสาไห้ (เสาร้องไห้) 3

กล่าวถึง กรุงละโว้ ซึ่งในเวลานั้นไม่มีเจ้าเมืองครอง คงเครา ซึ่งเป็นนายกองส่งน้ําทําหน้าที่รักษาการแทนอยู่ ขณะ เจะไว้ขึ้นอยู่ในอํานาจของพวกขอมต้องส่งส่วยเป็นน้ําศักดิ์สิทธิ์จาก ชุบศร เป็นประจําทุก ๓ ปี ขากลับหลังจากที่คุมไพร่พลขนน้ําไปถว พระเจ้าปทุมสุริยวงศ์ (พระเจ้าพันธุมสุริยวงศ์ หรือพระเจ้าสุริยวรมันที่ ณ เมืองขอม ขณะขบวนเกวียนของนายคงเคราผ่านเมืองอัมราพรถน้ําศักดิ์สิทธิ์จากทะเล

 

บูรณ์เห็นมีฟองไข่ขนาดใหญ่ผุดขึ้นบนหาดทราย นายคงเคราจึงเก็บเอา ไปยังเมืองละโว้ด้วยแล้วหาแม่ไก่ให้มาช่วยฟักตัวละหนึ่งเดือน พอครบ สิบเดือนไข่นั้นก็แตกออกภายในมีเด็กผู้ชายหน้าตาน่ารักน่าเอ็นดู นาย คงเคราจึงให้ชื่อว่า ร่วง และเลี้ยงไว้เป็นบุตรบุญธรรม

เมื่อโตขึ้นอายุได้ ๑๑ ปี ร่วงจึงรู้ กรุงละโว้ ว่าตนมีวาจาสิทธิ์ด้วยเหตุที่วันหนึ่ง ได้พายเรือเล่นใน ทุ่งพรหมาสตร์  กรุงละโว้ (บางตําราว่าพายเล่นในทะเลชุบศร)

Spoke of Lavo, which at that time had no governor, probably the beard, who was acting as the water department commander while acting on the authority of the Khmer, had to pay tribute to the holy water of Chub Son on a regular basis Every 3 years, on the way back after taking control of the troops Pathum Thani Suriyawong (Phra Phanthanam Suriyawong Or King Suryavarman, in Khmer town, while the Khong Kerat wagon train passed Amarap, holy water from the sea

Completely saw a large egg pop up on the sandy beach You must have kept the beard. Go to Lavo too and find a hen to help incubate for one month. After ten months, the egg is broken. Inside, there is a cute and adorable boy. Mr. Kongkarat named him to fall and raise it as an adopted child.

When he was 11 years old, he knew that he had the right words because one day Paddling in Fields (Bang Tarawa paddling in the sea with Chub Son)

ติดตามได้ ที่นี่

ขอบคุณสาระจาก Google

เสาไห้ (เสาร้องไห้) 2

ตํานานเสาร้องไห้ บางแห่งบอกว่า ทางราชการต้องการคัดเลือก เสาสําหรับหลักเมือง ซึ่งมีเสาของแควป่าสัก และแควแม่น้ําเจ้าพระยา จะได้รับเลือก หากเสาของแควใดเดินทางมาถึงเมืองหลวงก่อน ปรากฏ ว่าเสาของแควป่าสักลงมาถึงเมืองหลวงช้ากว่า

ตํานานเสาร้องไห้

จึงลอยทวนน้ํากลับไป สู่ถิ่นเดิม พร้อมกับส่งเสียงร้องไห้เสียใจคร่ําครวญเป็นที่น่าเวทนา จน เมื่อลอยมาถึงคุ้งน้ําของแควป่าสักในเขตตําบลเสาไห้ ซึ่งอยู่ห่างจากตัว อําเภอในปัจจุบันราว ๕๐ เมตร

เสาต้นนั้นจมลงสู่ท้องน้ําเบื้องล่าง กล่าวกันว่าในฤดูแล้งสามารถแลเห็นเสาต้นใหญ่ผุดขึ้นซึ่งมีขนาดโตสอง คนโอบไม่รอบ ตํานานเสาร้องไห้ จึงยุติลงแต่เพียงเท่านี้

อดีตกาลนานนับพันปีเศษล่วงมาแล้ว ณ กรุงอินทปัด อันมี พระเจ้าอุทัยราช เป็นผู้ปกครอง พระองค์มีพระมเหสีซึ่งเป็นเชื้อสายของ พวกนาคจึงมีนามเรียกว่า พระนางนาควันหนึ่งเมื่อพระเจ้าอุทัยราชพา พระมเหสีซึ่งกําลังมีครรภ์แก่ใกล้คลอดเสด็จประพาส ณ หาดทราย

เมือง อัมราพิรุณบูรณ์ พระมเหสีก็ประสูติโอรสออกมาเป็นฟองไข่ พระเจ้า อุทัยราชไม่ทราบชาติกําเนิดเดิมของพระมเหสี จึงเกรงว่าฟองไข่นี้อาจ จะเป็นเสนียดจัญไรและเกิดความอัปมงคลแก่บ้านเมืองจึงให้ทิ้งไปก่อน จะตามเสด็จพระสวามีกลับกรงอินทปัด พระนางนาคสั่งให้คนสนิทนํา

ฟองไข่ไปฝังทรายไว้

The pillars of some places say that The government wants to select Pillars for city pillars Which has pillars of the tributary

of Pasak And the Chao Phraya River Kwai Will

be chosen If the pillars of any tributaries arrive in the capital first, it appears that the pillars of the tributaries of Pasak come down to the capital later.

Therefore drifted upstream to the same place, with a sorrowful cry and wailing until the drifting of the Pa Sak tributary in Sao Hai Subdistrict Which is far from yourself At present,

approximately 50 meters of that district is sunk below. It is said that during the dry season one can see a large pillar

sprouting up, which has two large ones, surrounded by no one.

A thousand years ago in the past, in which Indra, with the god Uthai Rat Be a parent He had a consort, who was a descendant of The Naga has a name called One day,

when the King Naga His wife, who was pregnant near the birth, went to the beach.

Amarapiraboon city His wife was born into a bubble egg. God, Uthai Rat, did not know the original birth of his wife.

Therefore afraid that this egg may Will be negligent and unfavorable

to the country, so leave first Will follow the consortium back to the cage Queen Naga ordered the confidant to lead

Eggs buried in the sand.

ติดตามได้ ที่นี่

ขอบคุณสาระจาก Google

เสาไห้ (เสาร้องไห้) 1

ครั้นนายต๊ะตกลงรับคําก็สามารถตัดโค่น ต้นตะเคียนทอง ได้อย่าง ง่ายดาย เมื่อลิดกิ่งและนําลงน้ําเตรียมจะนําล่องเข้าเมืองหลวง ได้มีผู้ที่ อิจฉาว่านายต๊ะจะได้ความดีความชอบหากไม้ตะเคียนทองของนายต๊ะ ได้คัดเลือกเป็นเสาเอก จึงรวมตัวกันได้จํานวน ๗ คนปลอมตัวเป็นพวก เถรเดินทางมาจากนครสวรรค์และรุมทําร้ายนายต๊ะ ต้นตะเคียนทอง

นายต๊ะเป็นผู้มีวิชา ไสยศาสตร์จึงอยู่ยงคงกระพันแต่ในที่สุดก็ถูกสังหารด้วยการใช้มีดแทง สวนทวารหนัก พวก ๗ เถรได้นําศพนายต๊ะไปยืนพิงไว้กับต้นไม้ที่กลาง ทุ่งนา ทุ่งแห่งนั้นจึงมีชื่อเรียกว่า

ทุ่งผียืนตาย มาตราบทุกวันนี้ ส่วนคน ร้ายทั้ง ๗ ต่อมาผลกรรมตามทันต่างก็ถูกฆ่าตายทั้งหมด ณ ตําบลแห่ง หนึ่งซึ่งเรียกว่าบ้านสัตตาเถร แต่ต่อมาได้เพี้ยนเป็น บ้านสันตาเถร

เมื่อนายต๊ะถูกสังหารก็ไม่มีผู้ใดสามารถเคลื่อนย้ายตะเคียนทอง ต้นนั้นได้ เพราะคนอื่นๆ ไม่มีความรู้ในการควบคุมนาง  ต้นตะเคียนทอง  ทํา

ให้นางบังเกิดความเสียใจร้องไห้คร่ําครวญอยู่ ๓ วัน ๓ คืน แล้วเสาต้น นั้นจึงจมลงสู่กันคลองชาวบ้านจึงเรียกตําบลแห่งนั้นว่า ตําบลเสาร้องไห้ ต่อมาคํากร่อนไปจึงเหลือแต่เพียง บ้านเสาไห้ มาจนถึงทุกวันนี้

When Mr Toh agreed to accept the word, he was able to easily cut down the Takian

Thong tree when he cut the branches and into the water, preparing to drift into the capital.

Selected as the main pillar Therefore gathered together a total of 7 people disguised as The Synod traveled from Nakhon Sawan and hurriedly attacked Mr.

Mr.Tha is a subject Superstition became invincible, but was eventually killed by a knife to stab the anus. The 7 Synods put Mr. Tuo’s body to stand against a tree in the middle of the field.

Today, as for the 7 bad guys, all of the immediate karma has been killed in a sub-district, which is known

as Ban Sattataen. But later became distorted as the Holy Synod’s house

When Mr Tae was murdered, no one was able to move that Takian Thong because others had no knowledge of controlling Takian Thong.

Let her cause her sorrow and weep for 3 days and 3 nights, then the pillar then sank into the canal.

The villagers therefore called that district Sao cry sub-district Later, the erosion left only the house Sao Hai to this day.

ติดตามได้ ที่นี่

ขอบคุณสาระจาก Google

เสาไห้ (เสาร้องไห้)

เสาไห้ (เสาร้องไห้)

เสาไห้ หรือเสาร้องไห้เป็นนิยายปรัมปราเล่าต่อๆ กันมาตั้ง แต่ในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์อันเป็นยุคที่เริ่มสร้างกรุงเทพฯ เป็นนครหลวง แห่งใหม่ของไทย ซึ่งทางราชการได้มีบัญชาให้บรรดาเจ้าเมืองต่างๆ เสาะ หาไม้ที่มีลักษณะถูกต้องตามตําราส่งเข้ามายังเมืองหลวง เพื่อคัดเลือก สร้างเป็นปราสาทราชวังตามแต่จะเห็นสมควรเสาไห้

เมื่อได้รับคําสั่งเจ้าเมืองทั้งหลายก็ประกาศให้พวกชาวป่า และ พรานไพรออกไปช่วยกันเสาะหาแต่ในครั้งนั้นหาไม้ที่มีลักษณะดีได้ค่อน ข้างยาก แต่มีไม้ตะเคียนทองอยู่ต้นหนึ่งมีลักษณะถูกต้องตามตํารา เหมาะที่จะนําไปทําเสาเอก แต่ไม่มีใครสามารถตัดได้เพราะนางตะเคียน

ทองซึ่งสิงสถิตอยู่มีอิทธิฤทธิ์มาก ต่อมาผู้มีวิชาคนหนึ่งอยู่ที่หมู่บ้าน สว่าง จังหวัดสระบุรี ชื่อว่า นายต๊ะ เมื่อทราบข่าวก็รีบเดินทางมาดเห็น ว่าเป็นต้นตะเคียนทองมีลักษณะงดงามจึงพอใจ ทําพิธีบวงสรวงสังเวย บอกกล่าวให้นางตะเคียนทองทราบความประสงค์ของทางราชการ ซึ่ง นางตะเคียนทองก็ยินยอมให้ตัดด้วยความยินดี แต่มีข้อแม้ว่านายต๊ะ จะต้องเป็นผู้นําเสาของนางไปส่งด้วยตนเอง

Sao Hai (Sao cry)

Sao Hai or Sao cry is a historical novel from the Rattanakosin period, which began to build Bangkok as the new capital city of Thailand. Which the government has ordered all governors to find wood that looks correct according to the balance sent to the capital To select Build a royal palace as he sees fit

After receiving the orders, the governors announced that the foresters and the foresters went out to help in the search, but at that time it was difficult to find a good wood, but there was a Takhian Thong that had the correct characteristics. mold Suitable for making the main post But no one can cut because of Takian

The gold which resided there was very magical. Later, one of the subjects was in Sawang village, Saraburi province, named Mr Tat. When he heard the news, he hurried to see it. That the Takianthong has beautiful characteristics and is satisfied Perform a sacrifice ceremony Told Takianthong to know the wishes of the government, which Takianthong had agreed to cut with pleasure But with the conditions, Mr. Must lead her post to send by herself

ติดตามได้ ที่นี่

ขอบคุณสาระจาก Google

ท้าวคูลู-นางอั้ว (จบ)

เรื่องราวเกี่ยวกับ ท้าวดูลู กับนางอ้ว นั้นยังมีผิดแผกไปอีกนัยหนึ่ง กล่าวคือบางตํานานบอกว่า บิดาของ ท้าวคูลู และนางขั้วมีบ้านอยู่ติดกัน และต่างก็รักใคร่ปรองดองสนิทสนมกันมากจนถึงกับลั่นวาจาว่าจะให้ เมตรของแต่ละฝ่ายแต่งงานกัน แต่หากบุตรเกิดมาเป็นชายหรือหญิง

เหมือนกันก็จะให้เป็นเพื่อนรักกัน ต่อมามารดาของท้าวคลุตั้งครรภ์ก่อน ไม่

 ท้าวดูลู
ท้าวดูลู

นานนักมารดาของนางอวก็ตั้งครรภ์ ทั้งสองเกิดแพ้ท้องอยากกินทับทิม เหมือนกัน แต่มารดาของท้าวคลไม่ยอมแบ่งให้ด้วยหวงแหนตามวิสัยคน มีครรภ์ทั้งสองฝ่ายจึงตัดญาติขาดมิตรกันตั้งแต่นั้นมา แม้เมื่อคลอดบุตร แล้วก็ไม่ยอมให้เด็กทั้งสองเป็นเพื่อนเล่นกัน

ครั้นเมื่อเด็กทั้งสองเติบโตเป็นหนุ่มสาวต่างก็รักใคร่ชอบพอกัน ซึ่ง ก็ต้องทําแบบหลบๆ ซ่อนๆ เพราะหากถูกจับได้เป็นต้องโดนลงโทษทุกครั้ง เมื่อถูกผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายกีดกันนางอั้วก็ไปผูกคอตายที่ต้นไม้ ส่วนคูญ เสียใจอย่างสุดซึ้งจึงใช้มีดแทงคอตายตามหญิงคนรักไป

และไม้เถาที่ นางอั้วผูกคอตายนั้นเดิมไม่มีดอก แต่นับจากนั้นมาก็มีดอกสีขาวสวยงาม กลิ่นหอมระรื่น และตรงรอบคอของดอกไม้นั้นมีรอยสีแดงอันหมายถึง เลือดของนางอั้ว ชาวบ้านจึงเรียกว่า ดอกนางอั้ว ส่วนเลือดของคูล นั้น ได้หยดลงบนใบตอง และเกิดเป็นหนอนม้วนตัวอยู่บนใบกล้วย ชาวบ้าน

จึงเรียกหนอนชนิดนี้ว่า ท้าวดูลู

The story about Thao Duloo and Nang Ou is also different. That is to say, some records say that The father of Thao Khlao And Nang Polar has a house next to each other And each one of them were very close and intimate with each other, until he spoke of giving Meters of each party getting married But if the child is born male or female

Same, will make it a best friend Later, Thao Khru’s mother became pregnant first. Not long after that, the mother of Mrs. Aw became pregnant. Both of them had morning sickness.

They wanted to eat pomegranate as well, but Thao Khlao’s mother refused to share it with them. Both parties became pregnant, since then, since then. Even when giving birth And didn’t allow both of them to be friends

When both of them grew to be young, they fell in love with one another, which had to be hidden and hiding because every time they were caught and punished. After being prevented by both elders, Hua went to tie her neck to death in the tree, and Khou was deeply sorry.

And the vine that was tied to her neck, without flowers But since then, there are beautiful white flowers Pleasant smell And around the neck of the flower there was a red mark which meant Hua Hua’s blood The villagers therefore call it Hua Ying

ติดตามได้ ที่นี่

ขอบคุณสาระจาก Google

ท้าวคูลู-นางอั้ว ตอน4

เมื่อหาย จากตกตะลึงจึงต่อว่า พระสหายมเหสี ม่ายแห่งกายนครว่าเห็นแก่ของ กํานัลไม่นึกถึงความรักอันบริสุทธิ์ของลูกจึงเกิดเหตุโศกนาฏกรรมนี้ขึ้น ขณะกําลังตระเตรียมทําพิธีพระศพอยู่นั้นขุนลางก็มาถึงและตรงเข้าสวม กอดศพของนางอั้วโดยไม่อายต่อสายตาของใครๆ ทําให้พระมารดาของ นางอั้วรู้ว่าขุนลาเป็นคนเช่นไร และทําไมนางอั้วจึงไม่ยอมแต่งงานด้วย

พระสหายมเหสี
พระสหายมเหสี

เมื่อทุกสิ่งทุกอย่างประจักษ์ชัด พระสหายมเหสี ม่ายของทั้งสองเมืองก็หันหน้าเข้า ปรองดองกัน และร่วมสร้างพระเมรุขึ้นระหว่างเขตแดนติดต่อของเมือง ทั้งสองแล้วจัดพิธีถวายพระเพลิงตามประเพณีอย่างสมเกียรติ

ณ บริเวณที่นางอัวผูกพระศอสิ้นพระชนม์นั้น ต่อมามีดอกไม้กลิ่น หอมชนิดหนึ่งบังเกิดขึ้น ชาวบ้านเรียกว่า ดอกนางอั้ว หรือ ดอกนาง กรายและตรงที่ท้าวคูลูสิ้นพระชนม์นั้นก็มีดอกไม้อีกชนิดหนึ่งบังเกิดขึ้น ชาวบ้านเรียกว่า ดอกคูล ซึ่งดอกไม้ทั้งสองจะส่งกลิ่นหอมเฉพาะในตอน เย็นดวงตะวันจวนจะตกดินอันเป็นเวลาที่ท้าวคลูมาหานางอั้ว และถือ เป็นดอกไม้อันแสดงถึงความรักของหนุ่มสาวมาตราบเท่าทุกวันนี้

When he recovered from the shock, he accused the wife of the widow of the city that The gift did not think of the pure love of children. So this tragedy occurred. While preparing for the funeral service, Khun Lang arrived and entered. Hug Hua’s body without embarrassing anyone’s eyes. Causing the mother of Mrs. Hua knows what Khun La is like And why did Hua Hua refuse to marry

When everything became clear The widows of both cities turned to face each other and joined the construction of Meru between the boundary of the city. Both then held a ceremony to honor the tradition according to tradition.

At the area where Mrs. Awabat died Later, there was a flower smell A kind of onion arose. The villagers called the flower Hua Ying or Nang Krai, and at the point where Thao Kulu died, another flower occurred. The villagers call it the cool flowers, both of which will smell fragrant only when In the evening, the sun had set, at which time Klao came to Hua Ying and was considered a flower that represents the love of young people as long as today.

ติดตามได้ ที่นี่

ขอบคุณสาระจาก Google

ท้าวคูลู-นางอั้ว ตอน3

นางอัว
นางอัว

ถึงกําหนดตับยังขารแล้ว นางอัว จึงโน้มปลายกิ่งไม้มาให้ตามความประสงค์ นางขั้วจึงเอาชายผ้าผูกกับกิ่งไม้แล้วพนมมือราพันคุณมารดาพร้อมกล่าว อําลาถึงท้าวดูด เมื่อจบคําว่าพันปลายกิ่งไม้นั้นก็ดีดขึ้นตวัดชายผ้าอีกข้าง หนึ่งที่ผูกกับลําคอของนางขั้วจนนางขาดใจตาย ณ ที่นั้น ฝ่ายพระมารดา ตามมาพบศพนางขั้วแทนที่จะเห็นใจพระธิดากลับราพันเพ้อไปว่านาง ตัวไม่น่ามาตายเพราะหลงรักชายที่มีชายาแล้วอย่างท้าวดูลู ในเวลา นั้นเองท้าวคลูซึ่งได้รับข่าวการจากไปของนางอั้วก็ควบม้ามาถึงพอดี เจ้า ชายหนุ่มจึงกอดศพหญิงคนรักเพ้อว่าพันปี่มว่าจะขาดใจ และโดยที่ไม่มี

ใครคาดคิดท้าวดูลูกใช้พระขรรค์แทงพระศอของตนอย่างสุดแรงจน พระโลหิตพุ่งกระฉุดออกมา และล้มลงขาดใจอยู่เคียงข้างพระศพ นางอัว

ยังไม่ทันที่ฝ่ายเมืองกายนครจะจัดการกับพระศพของทั้งสองนั้น อย่างไร พอดีขบวนเสด็จของพระราชมารดาท้าวคูลูกตามมาทัน

At the liver he was still dead and leaned at the end of the branch as he desired. The polar woman then tied the cloth to the branch and tied her hand around the mother ready to say Goodbye to Tao. At the end of the word, the end of the twig sprang up on the other side of the fabric. One of the women tied to the neck of the pole until she died. There, the mother came to find the body of the pole instead of sympathizing with the daughter. That should not die because of falling in love with a man who has a wife, Thao Duloo. At that time, Thao Khoo, who received the news of Hua Hua, came to the horse and arrived. Raving that a thousand clippers are missing And without

Anyone who thinks that God looks at his children using Phra Khan to stab at His Majesty until the extreme His blood rushed out. And fell and died at the side of the body of Mrs. Ua

It was not yet time for the body of the city to deal with the bodies of both of them.

ติดตามได้ ที่นี่

ขอบคุณสาระจาก Google

ท้าวคูลู-นางอั้ว ตอน1

ท้าวคูลู-นางอั้ว

เจ้าเมือง
เจ้าเมือง

เจ้าเมือง เปงจานนคร มีพระโอรสองค์หนึ่งทรงพระนามว่า ท้าวคูล ซึ่งเป็นเจ้าชายหนุ่มรูปงาม และเป็นคู่หมั้นกับนางอั้ว พระธิดา ของเจ้าเมืองกายนครมาตั้งแต่วัยเด็ก ทั้งนี้เนื่องจากเมืองทั้งสองอยู่ติดกัน

และ เจ้าเมือง ต่างก็มีพระอัชฌาสัยไมตรีอันดีต่อกันมาเป็นเวลาช้านาน ถึงกับตั้งสัตย์ปฏิญาณไว้ว่า ถ้าฝ่ายหนึ่งมีพระโอรสอีกฝ่ายหนึ่งมีพระ ธิดาก็จะให้เป็นคู่ครองกัน แต่ยังไม่ทันที่ทุกอย่างจะเป็นไปตามความ ประสงค์ เจ้าเมืองทั้งสองก็สวรรคตไปก่อน เหลือแต่พระมเหสีว่าราชการ แทนสืบมา

เมื่อท้าวคลเติบโตขึ้นเป็นหนุ่ม พระมารดาจึงมอบราชสมบัติใน ครอบครอง และจัดหาสาวงามให้เป็นสนม โดยหลงลืมเรื่องการหา หมายในวัยเด็กของพระโอรสกับพระธิดาแห่งเมืองกายนครเสียสนิท

ข้าง ฝ่ายนางอั้วนั้นเมื่อเจริญวัยขึ้นก็เป็นสาวโสภาจนเลื่องลือไปทั่วทุกแคว้น บรรดาเจ้าเมืองต่างๆ ล้วนต้องการได้นางไปเป็นชายา ในจํานวนนี้มีเจ้า

เมืององค์หนึ่งนามว่า ขุนลาง ได้ยินกิตติศัพท์ความงามของนางอั้วก็รีบ เดินทางมาดูตัว และทําการสู่ขอ พระมเหสีม่ายของเมืองกายนครเห็น ว่าเป็นเจ้าเมืองที่มั่งคั่งจึงคิดจะยกให้ แต่นางอั้วมิได้มีใจรักใคร่ในตัวขุน ลางได้พยายามบ่ายเบี่ยงเรื่อยมา

Thao Koolu – Nang Aua

Governor Pengjan Nakorn There was a son named Thao Kool, a beautiful young prince And being fiance with Hua Hua, daughter of the governor of Guyan City since childhood

This is becauseboth cities are next to each otheAnd the governors have had good relations with each other

forlong time To make a solemn oath thatI oneside has a son, the other side has a son.

The daughterwill beaspouse But not yetthateverything would be as they wished the twogovernors passedawayfirst Leaving only the royal wife instead of dating

When Thao Khlai grew up to be a youngman The mother then gave the throne and possessed a

beautifulwoman as aconcubine. By forgetting about findingreferring to thechildhood of the son and daughterof the city of guyan

citybeside herWhen she grew up she was the fairest woman spread throughout all regions Various

governors All want to have her go as their wife In this amount thereisaOne citycalledKhunLang heard the reputation of Hua Hua Come to see And requesting

ติดตามได้ ที่นี่

ขอบคุณสาระจาก Google